นอกจากหลักสูตร คุณภาพครู สิ่งแวดล้อม และระบบแนะแนวมหาวิทยาลัยแล้ว อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือ ประวัติการส่งนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างต่อเนื่อง
แล้วประวัติของโรงเรียน หรือสถิติของนักเรียนที่ได้เข้า Ivy League ในปีที่ผ่านๆมา ช่วยในการสมัคร Ivy League หรือไม่?
คำตอบคือ ช่วยค่ะ ช่วยในด้านบริบทและความคุ้นเคย ของมหาวิทยาลัยปลายทางที่เคยรับนักศึกษาเข้าจากโรงเรียนเดิมมาก่อน แต่ไม่ได้รับประกันการรับเข้า เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับใบสมัครจากโรงเรียนเดิมอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายรับสมัครย่อมรู้จักหลักสูตร ระดับความยาก ระบบการให้เกรด และ School Profile ของโรงเรียนนั้นมากขึ้น จึงตีความผลการเรียนของผู้สมัครได้แม่นยำขึ้น
Yale ระบุว่า transcript เป็นเอกสารสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง และจะพิจารณาผลการเรียนควบคู่กับหลักสูตร นโยบายการให้เกรด School Profile และบริบทของโรงเรียน ส่วน Dartmouth อธิบายว่า School Profile ช่วยให้ฝ่ายรับสมัครเข้าใจหลักสูตร ระบบการให้เกรด ความสามารถ และโอกาสที่นักเรียนได้รับ
หากศิษย์เก่าจากโรงเรียนหนึ่งเข้าเรียนแล้วทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ย่อมช่วยสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานทางวิชาการของโรงเรียนนั้นได้ในระยะยาว แต่ Ivy League ไม่มีโควตารับนักเรียนจากโรงเรียนใดโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครทุกคนยังต้องได้รับการพิจารณาจากผลการเรียน ความยากของวิชาที่เลือก กิจกรรม เรียงความ คำแนะนำจากครู และศักยภาพเฉพาะบุคคล
ดังนั้น ก่อนเลือกโรงเรียนจากค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว ผู้ปกครองควรถามเพิ่มเติมว่า โรงเรียนเปิดเผยข้อมูลแบบใด จำนวน offers, จำนวนนักเรียนที่ได้รับ offer หรือมหาวิทยาลัยที่นักเรียนเข้าเรียนจริง และมีผลงานต่อเนื่องหลายปีเพียงใด เพราะสามตัวเลขนี้ให้ความหมายต่างกันมากค่ะ
#InternationalSchoolThailand #IvyLeague #UniversityAdmissions #CollegeCounselling #LittleThinkerlandByKhruHuang